Call Us: 081-720-0160

รีวิวและเทคนิคการใช้ Super CP Serum จากต่างประเทศ

##ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างไปในแต่ละบุคคล##

รวบรวมรีวิวและเทคนิคการใช้ Super CP Serum จากเวบรีวิวที่เป็นกลางของต่างประเทศ

http://www.acne.org/copper-peptides-reviews/354/page1.html

 

ข้อดี : เห็นความแตกต่างได้ชัดเจน จากการเปรียบเทียบการใช้คอปเปอร์ฯ กับวิธีการรักษาแบบอื่น ผิวเป็นคลื่น และหลุมจิกลึกดูเรียบขึ้น ผลที่ได้ก็ถาวร (เราใช้มาหลายเดือนแล้ว)

ข้อเสีย : กลิ่นยังกะน้ำในห้องน้ำแน่ะ อาจทำให้เกิดรอยแดง หรือ ระคายเคืองได้บ้าง

สรุป : จากการที่ได้หาข้อมูลมา เราว่ามันควรต้องใช้ร่วมกับการผลัดลอกผิวจึงจะเห็นผล แต่เราไม่อยากผลัดลอกผิวเพราะเป็นคนผิวแพ้ง่าย ก็เลยใช้วิธีการทำ microdermabrasion ร่วมกับการใช้ super cp serum ผลที่ได้นั้นน่าประทับใจมาก ผิวเราดูเรียบขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ เพียงแค่การทำ microdermabrasion เอง แล้วก็เคยลองใช้เดอมาโรลเลอร์ TCA ผลที่ได้เราว่าก็ใกล้เคียงกับการทำเลเซอร์นะ แต่ราคาถูกกว่าเยอะ

 

 

ข้อดี : ช่วยให้โครงสร้างผิวโดยรวมดีขึ้น

ข้อเสีย : อาจต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะเห็นผลสำหรับบางคน คิดว่าอาจจะไม่ได้ให้ผลดีเหมือนกันหมดทุกคน

สรุป : เราทำผิดอย่างแรงกับการอาบแดดมากเกินไป เพราะมันทำให้อาการสิวเราแย่ลงไปอีก เรารักษาสิวแล้วก็ใช้ยาปฏิชีวนะด้วย เลยทำให้ผิวค่อนข้างไวต่อแดด ผลสุดท้าย ผิวเราก็เลยหยาบกร้านไปเลย ตามมาด้วยแผลสิว รูขุมขนก็กว้างขึ้นและเห็นชัดขึ้น มันทำให้เราเครียด คิดว่าคงไม่มีวิธีไหนที่จะช่วยได้ แล้วก็คงต้องมีผิวอย่างนั้นไปตลอดกาล แต่หลังจากการใช้ AHA ร่วมกับคอปเปอร์ฯ เป็นประจำทุกวันมาเป็นเวลาหลายเดือน สภาพผิวของเราดีขึ้น เรายังไม่อาจพูดได้ว่าแผลสิวตื้นของเรามันเริ่มจะหายไปแล้ว ยัง...เราจะให้เวลาอีกหน่อยก่อนที่จะคาดหวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้น แต่การใช้คอปเปอร์ฯก็ทำให้เรามีความหวัง เราขอแนะนำเลย สำหรับคนที่มีปัญหาผิว อย่างน้อยก็ลองก่อนให้รู้ก่อนที่จะเขียน โดยที่ยังไม่รู้ว่าผลต่อไปจะเป็นไง

 

 

ข้อดี : ราคายุติธรรม ไม่แพง มีข้อมูลดีๆบนเวบไซต์ไว้คอยช่วยในการตัดสินใจว่าควรต้องใช้ตัวไหน

ข้อเสีย : ต้องใช้เวลาซักพักกว่าจะเห็นผล บางตัวก็ทำให้ระคายเคืองได้

สรุป : เราว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีนะ ราคาถูกกว่าเวชสำอางที่ราคาหลายๆร้อยเหรียญแล้วให้ผลอย่างเดียวกัน บางคนอาจไม่ชอบกลิ่นมัน หรือสีเขียวเข้มๆของมัน บอกได้เลยว่าถ้าคุณได้ใช้มัน มันจะให้ผลดีกับคุณ ไม่ได้ถึงกับเป็นปาฏิหาริย์หรอก แต่ก็ให้ผลดีแหละ

 

 

ข้อดี : ทำให้ผิวเรียบขึ้น

ข้อเสีย : ทำให้ผิวแห้ง แตกลอก หลังการใช้ lacsal serum และ exfol serum

สรุป : เราใช้ผลิตภัณฑ์มาได้ซักระยะ แต่ผลที่ได้ก็ช้ากว่าคนที่มาแนะนำกันเอาไว้ ผลิตภัณฑ์ที่ว่านี้ใช้แค่ 1/3 ของยางลบที่ปลายดินสอ ทาทั่วหน้า เราสังเกตว่ามีสิวหัวขาว สิวหัวดำผุดขึ้นมาบ้างนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร
Proactiv ทำให้ผิวเราแย่ลงเรื่อยๆ ผิวขรุขระ จริงๆนะ ผิวแย่ไม่เรียบเลยอ่ะ
หลังจากใช้ skinbiology ผิวเราก็เรียบขึ้น ดูเนียนขึ้น ไม่ทำให้เป็นสิวอักเสบ แต่เราก็กิน zinc gluconate เพื่อคุมสิวด้วยนะ ผิวที่เป็นหลุมก็ค่อยๆเรียบขึ้น โดยรวมแล้วเราก็โอเคกับผลที่ได้นะ รู้สึกเหมือนว่ามันผลัดลอกผิวเก่าที่หนาๆออกไป รูขุมขนก็ไม่กว้างเหมือนเก่าแล้วด้วย

 

 

ข้อดี : จากการใช้แค่ไม่กี่วัน ผิวเราดูเรียบและดูสะอาดขึ้น เรามีรอยแผลที่แก้มขวา และจากการใช้ซักพัก ก็สังเกตได้ว่ารอยแผลจางลงไปเยอะเลย ที่แก้มข้างซ้ายของเรามีรอยแผลใหญ่อยู่ เวลาล้างหน้านะ โฟมก็จะลงไปขังอยู่ในหลุมเลย บอกได้เลยว่ามันดีขึ้น

ข้อเสีย : หลังการใช้ครั้งแรกๆ ผิวดูดีขึ้นมากจนเพื่อนและครอบครัวทักเลยแหละ แต่ช่วงหลังก็เหมือนไม่ดีขึ้น คงต้องรอดูกันต่อไป

สรุป : ถ้าเป็นรอยแผลที่ไม่ลึกมาก ผลิตภัณฑ์นี้ก็เหมือนฟ้าประทานเลยแหละ

 

http://www.makeupalley.com/product/showreview.asp/ItemId=4437/CP_Serum/Skin_Biology/Treatments

 

ฉันเริ่มด้วยการใช้ CP serum (ดูได้ที่รีวิวของฉัน) มาก่อนผลิตภัณฑ์นี้ และกล้าที่จะพูดได้ว่ามันมีคุณสมบัติเช่นเดียวกันแต่ว่าดีกว่า! ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าผลิตภัณฑ์นี้จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องสิวของฉันได้ และช่วยได้มากกว่า 80% ทุกเช้าฉันจะตื่นขึ้นมาพร้อมกับผิวที่สวยขึ้น จากที่เมื่อก่อนต้องกลั้นใจส่องกระจกในตอนเช้า เพราะรู้ดีว่ามีอะไรที่น่าเกลียดอยู่ที่กระจกนั่น ตอนนี้สังเกตได้ว่าผิวใสขึ้น สภาพผิว ความเนียนนุ่ม กระชับและความชุ่มชื้นทุกอย่างมันดีขึ้น สิว กระ และริ้วรอยลดน้อยลง และก็ยังใช้ CP serum ทารอบดวงตา ซึ่งมันทำงานได้ดีมาก ไม่ระคายเคืองผิวรอบดวงตาที่แสนบอบบาง ฉันรักผลิตภัณฑ์นี้มากจนพูดได้ว่า ถ้าฉันต้องไปติดอยู่กลางทะเลทรายและสามารถเลือกสิ่งเดียวติดไปด้วยได้ ฉันจะเลือกมันนี่ล่ะ
แก้ไข: หลังจากใช้ไปได้ประมาณหนึ่งเดือน ก็รู้สึกได้ถึงความน่าเกลียดเหมือนที่คนอื่นพูดกัน ผิวของฉันเริ่มดูเหมือนกับเปลือกส้ม ก็เลยทำการค้นคว้าเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม และพบว่าเป็นเพราะ CP ค่อนข้างแรงต่อผิวของฉันทำให้ผิวฉันสูญเสียความยืดหยุ่น มันไม่ใช่ความผิดของตัวผลิตภัณฑ์ แต่เป็นเพราะใช้มากเกินไป และยังไปทาอีมูออยล์ทับลงไปอีก ยิ่งผลักให้เซรั่มลงไปในผิวมากขึ้นอีก ก็เลยหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ไปประมาณ 2 อาทิตย์ แล้วผิวก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติ จากนั้นก็กลับไปใช้ใหม่ ตอนนี้ฉันใช้วิธีผสมมันกับเซรั่มที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบและไม่ทาออยล์ทับอีกต่อไป ที่จริงค่าใช้จ่ายในการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อผิวหน้านั้นค่อนข้างสูง ...  ฉันคิดว่าในราคาเท่านี้ ขวดขนาด 1 ออนซ์ก็ใช้ได้ทั้งปีแล้ว

 

 

หลังจากที่ฉันใช้ CP serum หมดขวด ก็เปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์นี้แทน และใช้เวลาประมาณ 1- 2 สัปดาห์กว่าผิวฉันจะปรับตัวได้ (ผิวลอกนิดหน่อย) แต่ผลลัพธ์สุดยอดมาก ฉันคิดว่าน่าจะลดจำนวนการใช้เหลือแค่ 1-2ครั้ง/สัปดาห์จาก 3-4 ครั้งในตอนนี้ เพราะผิวของฉันดูดีขึ้นและรูขุมขนก็เล็กลงมากจนแทบจะมองไม่เห็นแล้ว หน้าดูใสมากหลังจากล้างออก แต่ในทางตรงกันข้าม ความกระจ่างใสนี้คุณได้จากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นกรด ฉันไม่มีอาการบวมแดง ผิวลอก ระคายเคืองหรือผิวแห้งตึงใดๆ เลย มีแต่ผิวเปล่งปลั่งเป็นประกายและผิวที่กระชับขึ้นจริงๆ อย่างกับได้มาใช้ฟรีๆ เลยล่ะ ราคาขวดดรอปเล็ก ๆ ใช้ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ นี่ก็น่าจะใช้ได้ไปอีกปีครึ่งเลยทีเดียว

 

 

หากพูดว่า “จะซื้อผลิตภัณฑ์นี้อีก” คงพูดได้ไม่เต็มปากนัก ฉันได้ใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Copper Peptide ของSkin Biology มาประมาณ 5 ปีแล้ว และใช้ Super CP มา 4 ปี หากคุณเพิ่งเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ ควรเริ่มต้นจากการใช้ CP serumก่อนซักหนึ่งปีแล้วค่อยเปลี่ยน มันไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่จะทำให้คุณร้อง “ว้าว” จากการใช้แค่ชั่วข้ามคืน แต่มันจะส่งผลดีเยี่ยมต่อผิวของคุณเมื่อใช้ไปสักระยะ มันช่วยปรับและฟื้นฟูสภาพผิว รอยด่างดำ ตำหนิที่ผิว  ฉันคิดว่า Skin Biology ใช้เทคโนโลยีชีวภาพชั้นสูง เพื่อการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ในบรรจุภัณฑ์ที่เรียบง่าย การซื้อผลิตภัณฑ์ peptide ที่นี่ดีกว่าที่จะซื้อท้องตลาดมากเลย ซื้อ Copper Peptides ที่นี่แหละ .. ใช่เลย

 

 

ยอดเยี่ยม ฉันเชื่อถือและเป็นสาวกตัวจริงของ Copper Peptide เลย Super CP จัดอยู่ในระดับเดียวกับการรักษาทางการแพทย์เลย และใน 2 สัปดาห์ผิวของฉันเปลี่ยนไป รู้สึกได้ถึงความชุ่มชื้น สุขภาพผิวที่ดีขึ้น และยืดหยุ่นดีกว่าเดิม พูดตรงไปตรงมาเลยว่าฉันไม่จำเป็นต้องใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์แล้ว หลังจากที่ใช้เซรั่มนี้ มันช่วยเก็บน้ำหล่อเลี้ยงด้วยอยู่แล้ว ฉันเป็นคนผิวแห้ง มีรูขุมขนที่ค่อนข้างเล็ก แต่ตอนนี้มองแทบไม่เห็นรูขุมขนแล้ว มีจุดบกพร่องเล็กน้อยแค่ตรงเรื่องกลิ่น เหมือนกลิ่นโลหะจางๆ กลิ่นสนิมเหล็ก แต่มันก็ทำให้รู้ว่าไม่มีการเติมสารเคมีหรือน้ำหอมลงไป
ถ้าคุณเข้าไปดูที่เวปไซด์ Skinbiology จะมีการยกตัวอย่าง บทความ และตารางเปรียบเทียบ Copper peptide ซึ่งมีความยอดเยี่ยมกว่าผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อย่าง เรติน- เอ วิตามินซี และการออกฤทธิ์ของ copper peptide

 

 

ฉันเพิ่งเปลี่ยนจาก CP serum มาใช้ผลิตภัณฑ์นี้ ฉันมีผิวผสมที่ไม่ได้เป็นสิวง่าย ใช้ผลิตภัณฑ์นี้ทาทั่วใบหน้าและลำคอตอนกลางคืน ไม่ใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ก่อนหรือหลัง เซรั่มนี้เหมือนพระเจ้าประทานมาให้ฉันเลย ฉันเป็นคนที่ดูแลผิวอย่างดี รวมถึงการใช้ครีมกันแดด และคิดว่าผลิตภัณฑ์นี้แหละเป็นตัวสำคัญที่ทำให้ผิวของฉันดูดี Super CP เซรั่มทำให้ผิวฉันเปล่งประกาย และไม่ทำให้ผิวระคายเคืองแม้แต่ในช่วงหน้าหนาว รักมากมาย!!

 

 

เป็นผลิตภัณฑ์ที่แรงมากและต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ฉันเคยใช้มันแล้วลงอีมูออยล์ทับเหมือนเป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ โชคร้ายมากๆ ที่กลายเป็นว่าน้ำมันอีมูส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ซึมลึกเข้าไปใต้ผิว จึงทำให้ผิวเบิร์นเกือบ 2 ชั่วโมง ในวันต่อมาผ่านไป 8 ชม. ตอนที่ฉันวิ่งเพื่อให้ทันรถไฟกลับบ้าน เหงื่อที่ไหลออกมาทำให้รูขุมขนฉันเปิดและทำให้แสบผิวอีกครั้ง ฉันเป็นคนที่ผิวเป็นสิวง่าย และผิวที่ค่อนข้างมันมากๆ แต่โชคยังดีที่ไม่มีอาการบวมแดงหรือเกิดเป็นตุ่มแผล ผลิตภัณฑ์นี้แรง ฉันเลยใช้เฉพาะจุด ถ้าคุณคิดที่จะเริ่มใช้ล่ะก็ขอบอกให้ใช้ตัวที่เข้มข้นน้อยกว่าก่อน ฉันมีผลิตภัณฑ์ขนาดทดลองและยังเหลือให้ใช้ได้อีกนาน มันมีประสิทธิภาพมากและมันช่วยรักษาแผลเป็นและสิว เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีมากๆ จะซื้ออีกครั้งแน่นอน ฉันยังใส่มันในขวดที่มีหลอดหยดจะได้ควบคุมปริมาณการใช้ได้ ทางที่ดีควรซื้อขนาดทดลองมาใช้ก่อน แต่นั่นแหละ..ต้องลองนะ

 

 

นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่ผลิตภัณฑ์ (จากหลายผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่) ที่ฉันได้ลองใช้และได้ผลจริงเหมือนที่โฆษณาไว้ และยังมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่ามีประสิทธิภาพในการเสริมสร้างผิวใหม่ด้วย ฉันเคยใช้ CP serum แล้วประมาณไม่กี่เดือน และสังเกตุได้จริงๆว่าช่วยให้แผลเป็นจากสิวดูดีขึ้น และยังเป็นราคาที่สามารถซื้อได้ไม่ยากอีกด้วย
ข้อดี: ราคาเหมาะสม ไม่แรงเกินไปสำหรับผิว มีผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ถึงประสิทธิภาพของเซรั่ม กระตุ้นให้ผิวเกิดระบบการฟื้นฟูและสร้างผิวใหม่
ข้อเสีย: ต้องใช้เวลานานหลายเดือนหรือนานกว่านั้นจึงจะเห็นผล

 

 

ฉันใช้ผลิตภัณฑ์นี้มาประมาณ 4-5 ปีแล้ว เห็นได้ชัดเลยว่าผิวกระจ่างใสขึ้นในช่วงแรก ต่อมาก็ไม่ค่อยรู้สึกอะไร ตอนเริ่มใช้เพราะต้องการ “สร้างผิวใหม่” รอยแผลสิว แต่รู้สึกว่าไม่ค่อยได้ผลเลยนะ เสียดายจัง เพราะฉันชอบเข้าเวบ Skin Biology แล้วก็ติดอยู่ในเวบ (อีกแล้ว) ... ก็ไม่ใช่ว่าของเค้าไม่ดีหรอกนะ เพราะไม่มีผลเสียอะไรเกิดขึ้น และก็ยังรู้สึกว่ามีอะไรดีๆเกิดขึ้นกับผิวบ้างแหละ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมหัศจรรย์อ่ะ

 

 

มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมในการขจัดผลัดลอกและรักษาซ่อมแซมผิว ฉันใช้นิดหน่อยตรงจุดที่มีปัญหาเท่านั้น และมันได้ผล ถ้าฉันใช้บ่อยหรือเยอะเกินไปมันจะทำให้เกิดการระคายเคือง เพราะว่ามันแรง แนะนำให้ใช้แต้มจุดด่างดำจากสิว หรือรอยแผลเป็น ฯลฯ ราคาก็สมเหตุสมผลด้วย

 

 

ฉันรักและใช้มันเกือบทุกวัน เพราะมีกรดซาลิไซลิค สารต้านการเกิดสิว ผลัดเซลล์ผิว และช่วยรักษาซ่อมแซมผิว รวมอยู่ในตัวเดียว ฉันใช้ตอนกลางวันโดยทามอยเจอร์ไรซเซอร์แบบไม่มีน้ำมันทับด้วยในช่วงหน้าหนาว และใช้เดี่ยวๆในช่วงหน้าร้อน ส่วนกลางคืนฉันใช้ CP serum หลังจากทา AHA เข้มข้นแล้ว และก็ใช้ตัว CP serum ทารอบดวงตาแต่ไม่แนะนำให้ใช้ BHA รอบดวงตา ตอนนี้ผิวฉันดูดีที่สุดตั้งแต่ที่เคยเป็นมา แผลเป็นจากสิวที่เคยมีหายไป (ส่วนรอยแผลใหม่ๆ ก็จางลงไวมาก) และยังช่วยปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอขึ้นด้วย ฉันรักผลิตภัณฑ์นี้และแนะนำเพื่อนและผู้ร่วมงานให้ใช้ด้วย ลองดูที่เวปไซด์ www.skinbio.com เขามีสินค้าขนาดทดลองเกือบทุกตัว แล้วก็ยังมีขายที่ร้านอื่นๆเหมือนกัน เช่นที่ Platinum Skin Care and Makeup Artist's Choice ฉันซื้อ Super CP จากที่นั่นแหละ เพราะเขามีขวดที่เป็นฝาปั๊มซึ่งใช้งานง่าย

 

 

ฉันเป็นสิวง่าย และมีริ้วรอย (อายุ 39 แล้ว + โดนแดดทำลายผิว) ตอนนี้ก็ใช้ตัวผลัดเซลล์ผิว กับซาลิไซลิคได้ปกติดี ร่วมกับ copper เข้มข้น ฉันได้ทำตามคำแนะนำที่ skin biology แนะนำไว้ในเวบไซต์ว่า ใช้ super cop หลังการทาน้ำมันจะช่วยให้ความเข้มข้นนั้นจางลง ตอนที่ลองทาลงไปที่ผิวตรงๆเลยก็จะรู้สึกได้ว่าคันยิบๆนิดหน่อยที่ผิว แต่ก็ไม่ได้มีอะไรรุนแรง สังเกตเห็นได้เลยว่ารูขุมขนที่ผิวแก้มดูเล็กลง นี่ก็ใช้ super cop ของ skin biology มาได้ไม่นาน ก่อนหน้านั้นก็ใช้ super cop ที่สั่งมาจาก muac ขอบอกก่อนนะว่า super cop ขวดที่ได้จาก muac นั้นไม่เหมือนกับที่ได้จาก skin biology .. ของที่ได้จาก muac นั้นเนื้อจะเหลวกว่า ขวดดูก๊องแก๊งมากอ่ะ ผลที่ได้จากการใช้คือ ช่วยเรื่องเม็ดสี แล้วก็เร่งการรักษาสิวให้เร็วขึ้น ดังนั้นฉันก็เลยต้องซื้ออีก ดีใจจริงๆเลยที่คราวนี้ได้ซื้อจากแหล่งผลิตโดยตรง เพราะแม้ว่าของ skin biology จะแพงกว่าประมาณ 2 เหรียญ แต่ขวดก็ดูดีกว่าและดูสะอาดกว่าด้วย แถมยังมีเนื้อเซรั่มที่เนียนกว่า ทาได้ง่ายกว่า ฉันได้หนังสือของ Pickart เป็นของแถมมาด้วยเล่มหนึ่ง ชื่อ “Reverse Skin Aging” ซึ่งมีข้อมูลเยอะกว่าที่เห็นในเวบอีกนะ ทีนี้ก็เลยมีไอเดียในการใช้ผลิตภัณฑ์นี้ให้ได้ประโยชน์สูงสุด (ไม่ได้จะดิสเครดิต muac นะ .. ฉันก็ยังสั่งพวกกรดต่างๆจากที่นั่นอยู่ แต่..นั่นแหละ ของที่ได้มามันไม่เหมือนกันจริงๆ)
เพิ่มเติม: ฉันรู้สึกได้ว่าผลที่ได้มันค่อยๆน้อยลง คล้ายกับว่าผิวเราชินกับมันน่ะ ก็เลยหยุดใช้ไปพักนึง แล้วก็เริ่มใหม่ แต่ก็ใช้แค่ตอนกลางคืนเพื่อให้ผลที่ได้ยังคงอยู่

 

http://allaboutskinlightening.blogspot.com/2009/12/product-recommendation-skin-biology.html

 

ฉันรักผลิตภัณฑ์ Skin Biology ตัว LacSal เซรั่มนั้นเริ่ดมาก เพราะทำให้ผิวดูสว่างขึ้น และยังจัดการกับปัญหาสิว แนะนำให้ไปดูที่เวปไซด์ของ Skin Biology จะมีบทความ งานศึกษา และตารางเปรียบเทียบสินค้าของเขากับเจ้าอื่น
หนึ่งในสินค้ายอดนิยมคือ Super CP เซรั่ม และตัวที่อ่อนกว่าคือ CP เซรั่ม ... Super CP มีประสิทธิภาพมากกว่า เข้มข้นและมีขนาดใหญ่กว่า แม้จะไม่ได้ระบุว่าทำให้ผิวสว่างขึ้น แต่ก็ได้รับการพิสูจน์แล้วถึงประสิทธิภาพของ Copper peptide ในการแก้ไขตำหนิจุดบกพร่องของผิว
Copper Peptide นั้นดีต่อผิว ช่วยเสริมสร้างผิวใหม่ กักเก็บน้ำ และขจัดเซลล์ผิวที่เสียในชั้นลึกได้ด้วย ทั้งยังรบกวนการผลิตเม็ดสี (เมลาโนไซท์) ซึ่งเป็นสาเหตุให้ผิวดูหมองคล้ำ ถ้าอยากศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Copper Peptides อ่านที่โพสต์ Copper Peptides For Melanin Reduction
Skin Biology's Super CP เซรั่มเป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ Copper peptide ที่ดีที่สุดจริงๆ มันเข้มข้น และจากข้อคิดเห็นส่วนใหญ่ที่ได้อ่านมา มีแต่ความเห็นในเชิงบวกทั้งนั้น
นอกจาก Copper peptides แล้ว ยังมีกรดซาลิไซลิค ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ Super CP เซรั่ม ช่วยลดการเกิดสิว แต่ยังทำหน้าที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า ช่วยการดูดซึมสารต่างๆ ทำให้ได้ประสิทธิภาพและประโยชน์จาก Copper peptides เต็มที่ การสร้างเซลล์เม็ดสีลดลงคล้ายกับที่ใช้ Retinoid อย่างไรก็ตามก็ยังมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง Retinoid นั้นไม่ได้ฟอกผิวให้ขาวขึ้น แต่ทำให้เม็ดสีแตกตัวโดยการผลัดเซลล์อย่างรวดเร็ว และซ่อมแซม DNA ซึ่ง Super CP เซรั่ม ทำให้เม็ดสีแตกตัวที่ชั้นลึก (เช่นการซ่อมแซมชั้นนอกผิวหนังอย่างหนังกำพร้า เหมือนที่เราใช้ AHA รักษาผิวชั้นนอก) โดยการรบกวนการทำงานของเมลาโนไซท์ พร้อมสร้างผิวใหม่ที่ถูกทำลายจากแสงแดด โดยการกระตุ้น (เหมือนกับความสามารถของเรตินอยด์)
Copper Peptide ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการรักษารอยแผลจากสิว Super CP เซรั่มสามารถลบเลือนรอยแดงและจุดด่างดำจากสิว และรอยแผลเป็นจากสิว Copper Peptide กับ BHA นั้นทำงานร่วมกันได้ดีบนผิวชั้นหนังกำพร้า และยังดีกับผิวชั้นลึกถัดลงไปอีก ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ปรับสภาพสีผิวและผิวหนังด้วย
Super CP serum ใช้ได้วันละ 2 ครั้ง แต่ด้วยความเข้มข้นฉันว่าใช้แค่วันละครั้งก็พอแล้ว และแค่เพียง 1-2 หยดก็สามารถใช้ทาได้ทั่วทั้งใบหน้า และมี propylene glycol เป็นส่วนผสม ซึ่งจะช่วยให้เกลี่ยบนผิวได้ง่ายขึ้น ใช้นิดเดียวก็ทั่วหน้าแล้ว

สามารถใช้ในช่วงกลางวัน ก่อนทาครีมกันแดด (อยากจะบอกว่า ไม่ควรใช้ Copper Peptide คู่กับกรด L-ascorbic … มันคือรูปแบบหนึ่งของวิตามินซี ... ห้ามใช้คู่กันเพราะจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของทั้งคู่กลายเป็น 0) หรือจะใช้ตอนกลางคืนก็ได้ โดยทาเดี่ยวๆ หรือจะใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA หรือ Retinoid แต่ขอเตือนว่าถ้าจะใช้ผสมกับ Retinoid และผลิตภัณฑ์จำพวกนี้ ขอให้ทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปและระมัดระวังให้ดี เพราะแม้ว่าจะให้ผลดีมากมาย แต่อาจเกิดการระคายเคืองต่อผิวบางประเภท ฉะนั้นขอให้ระมัดระวังให้มากในกรณีนี้

 

http://allaboutskinlightening.blogspot.com/2009/11/copper-peptides-for-melanin-reduction.html

 

Copper Peptides เป็นคลื่นลูกใหม่ของความก้าวหน้าทางวิทยาการบำรุงผิวพรรณ ซึ่งแพทย์ผิวหนังได้ทำการศึกษาและค้นพบถึงความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ
Copper หรือแร่ธาตุทองแดงนั้นมีปริมาณน้อยมากในเซลล์ของเรา อย่างไรก็ดีมันได้เปลี่ยนมาเป็น Copper peptide ซึ่งมีผลดีต่อผิวเรา หน้าที่ส่วนนึงคือช่วยลดการผลิตเม็ดสีเมลานินและช่วยในการสร้างเซลล์ Copper peptides ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ก่อนที่เซลล์ผิวดีๆจะถูกทำลาย และลำดับต่อไปคือการสร้างเม็ดสีที่ผิว (การสร้างเม็ดสีผิวเพิ่ม เป็นกลไกการปกป้องตัวเองของผิว) เหมือนกับวิตามินซี copper peptides กระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจน (ทำให้ผิวเต็มขึ้น)
กระบวนการที่ให้ผิวสว่างขึ้นของ copper peptide นั้นจะค่อยเป็นค่อยไปและอ่อนโยน เหมือนกับเซรั่มวิตามินซี แต่กระนั้นก็ดี 2 อย่างนี้ ไม่ควรใช้คู่กันโดยเด็ดขาด ถ้าทาเซรั่มทั้งสองตัวนี้คู่กัน หรือทาทับกัน เซรั่มจะไม่ให้ผลลัพธ์ใดๆ เลย
ปัจจุบัน Copper Peptide ถูกนำมาใช้ในหลายๆ ผลิตภัณฑ์ หลายวัตถุประสงค์ทั้งลดการเกิดสีผิวคล้ำ หรือชะลอริ้วรอยแห่งวัย ดูจากลิงค์ข้างล่างจะเห็นได้ว่า copper peptide เป็นอีกหนึ่งทางเลือกแทนการใช้ hydroquinone (แน่นอนว่าต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกัน) แต่สิ่งสำคัญคือ copper peptide มีพิษต่ำกว่าและไม่มีความเสี่ยงเหมือนกับการใช้ hydroquinone

http://www.cosmeticsdesign.com/Formulation-Science/Short-amino-acid-sequences-could-act-as-non-toxic-skin-lightening-ingredients

login

 

ทะเบียนพาณิชย์เลขที่

3100902267683

 เพิ่มเพื่อน

Top