Call Us: 081-720-0160

Mandelic Acid 30% ขนาด 2oz.

3 รีวิว (**ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างไปในแต่ละบุคคล)
2500 ฿
2500 ฿
สำหรับคนที่ต้องการให้หลุมสิว รอยแดง-ดำ หายเร็วขึ้น
กลับไปที่: หลุมสิว

 

รีวิวการผลัดลอกผิวด้วย mandelic acid

ประโยชน์ของแมนเดลิค เอซิท 30%

-เพิ่มความเร็วในการทำลายโปรตีนหรือที่เราเรียกกันว่าผัง ผืดที่เกาะบริเวณหลุมสิวให้หลุดออกไปเร็วขึ้น ทำให้หลุมสิวตื้นเร็วขึ้นเมื่อใช้คู่กับ Super CP Serum หรือ Super Cop2X
-รอยแดง - รอยดำจากสิวจางเร็วขึ้น เนื่องจาก Mandelic Acid เป็นหนึ่งใน Tyrosinase inhibitor ซึ่งมีประสิทธิภาพในการตัดการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ที่ต้นตอที่ทำให้เกิดรอยดำ รวมทั้งฝ้า กระ (สำหรับคนที่ต้องการให้รอยแดง รอยดำจากสิวจางเร็วขึ้นควรพยายามหลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดเพราะแดดจะกระตุ้น ให้การสร้างเม็ดสีเพิ่มมากขึ้น)
-มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว ลดการอุดตันรูขุมขน ทำให้ลดการเกิดสิวได้มากขึ้น
-เพิ่มประสิทธิภาพในการผลัดเซลล์ผิวเร็วขึ้น ช่วยให้หน้าขาวใส รอยแดง รอยดำจางเร็วขึ้นไปอีกจากการผลัดเซลล์ผิวออกไป (รอยแดง รอยดำจากสิวคือผลจากการที่ผิวถูกรบกวนจากสิว ทำให้กิดการผลิตเมลานินบริเวณนั้นมากขึ้นกว่าปกติ แต่สามารถผลัดออกไปได้ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว)

หมายเหตุ ถ้ายังมีสิวอยู่แล้วต้องการลดรอยแดง รอยดำให้ใช้เป็น mandelic10 ก่อน

หน้ารีวิวลูกค้าที่เคยใช้สินค้าของเรา

เพราะอะไร mandelic10 ถึงช่วยลดสิว รอยสิวได้

ขนาด 2 oz.

วีดีโอการทำ treatment ด้วย mandelic 30

การลดรอยแดงด้วย mandelic acid


 

**ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างไปในแต่ละบุคคล

ความแตกต่างของ Mandelic Acid กับ Glycolic Acid

โมเลกุล Mandelic Acid:

-    มีค่าความคงตัวของเคมีที่เสถียร (pK 3.41) มากกว่า Glycolic Acid (pK 3.83) ที่ 25°C
-    มีขนาดใหญ่ (C8) กว่าโมเลกุลของ Glycolic Acid (C2)
-    มีคุณสมบัติต้านเชื้อจุลินทรีย์ แบคทีเรีย
-    ถูกดูดซึมเข้าสู่ชั้นผิวหนังกำพร้าอย่างช้า ๆ และดูดซึมได้มากกว่า Glycolic Acid
-    ไม่รบกวนกระบวนการสร้างเม็ดสีผิว
-    ไม่ก่อให้เกิดการอักเสบของผิวและรอยดำ, การสร้างเม็ดสีผิวมากเกินไป
-    ช่วยฟื้นฟูผิวได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจนในกรณีของผู้ที่เป็นฝ้า, รอยแดง-ดำหลังการอักเสบ การสร้างเม็ดสีผิวมากเกินไปและจุดด่างดำบนผิวหนัง
-    ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือผื่นแดง ซึ่งมักพบได้ในการใช้ Glycolic Acid 30-70%
-    การใช้ Mandelic Acid ในการผลัดเซลล์ผิวนั้น ไม่ก่อให้เกิดผื่นแดง, สะเก็ดผิว หรือผิวบวมพุพอง
-    ให้ผลปลอดภัยในผู้ที่มีผิวคล้ำ เมื่อเทียบกับการใช้ Glycolic Acid และ Tretinoin


ทำไมการใช้ Mandelic Acid เพื่อรักษาผิวจึงเป็นที่น่าสนใจ?


Methenamin นั้นไม่เป็นพิษ

-    หากกลืนกินเข้าไป จะถูกดูดซึมและขับออกทางปัสสาวะ
-    ใช้ปฏิกิริยาย่อยสลายโดยใช้น้ำ ระดับการฆ่าเชื้อแบคทีเรียจาก methenamin จะสูงขึ้นอย่างรวดเร็วไปถึง pH 5.0-5.5


Mandelic Acid นั้นเป็นผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวที่ให้ผลดีและมีโครงสร้างโมเลกุลใหญ่ แต่ให้ผลในการแทรกซึมสู่ผิวได้เท่าๆกับ Glycolic Acid

-    ช่วยป้องกันการอักเสบ และการระคายเคืองที่มักพบว่าเกิดขึ้นได้บ่อย ๆ เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวตัวอื่น ๆ ในกลุ่ม AHAs


Mandelic Acid (โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ความเข้มข้น 30% และ 45%)

-    ช่วยเร่งกระบวนการสร้างเซลล์ผิวให้กลับสู่สภาพปกติ
-    ช่วยกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจน
-    ช่วยฟื้นฟูไฟเบอร์อิลาสตินในชั้นหนังแท้
-    ให้ชีวิตใหม่กับผิวบอบบางแพ้ง่าย

การ เปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนนั้นเป็นสาเหตุแรกของปัญหาการสร้างเม็ดสีผิวมากเกินไป ทำให้ผิวคล้ำขึ้น ในผู้ที่มีผิวคล้ำ ไม่ว่าจะเกิดจากการตั้งครรภ์ การรับประทานยาคุมกำเนิด หรือการรับประทานฮอร์โมนเอสโตรเจนในช่วงหมดประจำเดือน
กระบวนการก่อตัว ของเม็ดสีผิวนั้นเริ่มขึ้นที่เซลล์ผิวชั้นลึก ที่ที่พันธุกรรมสร้างเอนไซม์ที่ชื่อว่า Tyrosinase หลังจากนั้น เคมีก็จะเริ่มตกลง Tyrosinase ก็จะเปลี่ยน Tyrosine ให้เป็น dopa ซึ่งจะเปลี่ยนเป็น dopaquinone (ตัวชักนำให้เกิดการสังเคราะห์ melanin) และ dopaquinone ก็จะสร้างทั้งเม็ดสีน้ำตาล-ดำ ที่เรียกว่า “eumelanin” หรือ สีเหลือง-แดง ที่เรียกว่า “pheomelani” เม็ดสีเมลานินทั้งสองชนิดนี้เกิดขึ้นเป็นส่วนเล็ก ๆ ภายในโครงสร้างที่เรียกว่า melanosomes ซึ่งจะถูกส่งต่อไปยังเซลล์ผิวชั้นหนังกำพร้าที่อยู่ด้านบนสุด
การสังเกต การณ์แสดงให้เห็นว่า การใช้ Mandelic Acid เพื่อการดูแลผิวนั้น จะช่วยปรับสภาพผิวที่มีการผลิตเม็ดสีมากเกินไป และเราเริ่มที่จะใช้ Mandelic Acid ในการรักษาฝ้า กลไกการออกฤทธิ์ในการลดการสร้างเม็ดสีนั้นยังไม่แน่ชัดนัก แต่สันนิษฐานว่าจะไปรบกวนการทำงานของ tyrosinase ซึ่งคล้ายกันกับ Ascorbic Acid

Summary of Mandelic Acid 1

Summary of Mandelic Acid 2

Summary of Mandelic Acid 3


การดูแลผิวก่อนการใช้ Mandelic 30 ทั่วหน้า

แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดก่อนใช้ Mandelic 30% แบบทั่วหน้า 1 สัปดาห์เป็นอย่างน้อยและไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นสิวอยู่

เกณฑ์ในการผลัดเซลล์ผิว

ตามปกติแล้ว ความถี่ในการใช้ Mandelic 30% ทั่วหน้านี้จะอยู่ที่ประมาณ 2-4 สัปดาห์ต่อหนึ่งครั้ง ระยะเวลาในการทำแต่ละครั้งก็ขึ้นอยู่กับความถี่ในการทำด้วย หากทำบ่อย ๆ ไม่ควรทิ้งระยะในแต่ละครั้งนานไป ปกติแล้วจะอยู่ที่ 5 นาที

สิ่งที่ได้จากการใช้ mandelic 30% ทั่วหน้า

- ช่วยให้ผิวกลับคืนสู่สภาพสดใส ด้วยการผลัดเซลล์ผิวชั้นบนสุด ซึ่งเป็นผิวเก่าที่ตายแล้ว หลังจากใช้ผลิตภัณฑ์นี้แล้ว ผิวจึงดูสดใส อ่อนเยาว์ขึ้น และผิวดูมีสุขภาพดีขึ้น

- ลดริ้วรอยบาง ๆ บนผิวหน้า และรอยตีนกา

- ช่วยทำให้ผิวที่คล้ำ หรือผิวบริเวณที่หมองคล้ำง่าย หรือตกกระที่เกิดจากวัย แลดูกระจ่างขึ้นและสีผิวดูสม่ำเสมอ

- ช่วยให้โครงสร้างผิวเรียบเนียน และนุ่ม

- ช่วยลดการเกิดสิวอุดตัน ซึ่งมักเกิดในผู้ที่มีผิวมัน, ผิวเป็นสิวง่าย และผิวที่มีปัญหาอื่น ๆ

- ลดรอยแดง-ดำ และรอยแผลจากสิว

- ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

การใช้ mandelic 30% ทั่วหน้า คือการทาผลิตภัณฑ์ทิ้งไว้บนผิวหน้าเป็นระยะเวลาสั้นๆ โดยปกติแล้วจะทิ้งไว้ตั้งแต่ 1-10 นาที เพื่อผิวพรรณที่สดใส มีชีวิตชีวา

ขั้นตอนที่ 1 ล้างทำความสะอาดผิวหน้าเหมือนปกติที่ทำ

ขั้นตอนที่ 2 ใช้สำลีก้อน หรือผ้าชุบ Mandelic 30% ทาให้ทั่วผิวบริเวณที่ต้องการ ควรใช้เวลาในการทาไม่เกิน 30 วินาที แล้วทิ้งเอาไว้ตามระยะเวลาที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละคน (1-10นาที ให้ลองเริ่มจากทิ้งไว้น้อยๆก่อน)

ขั้นตอนที่ 3 เมื่อทิ้งไว้ตามระยะเวลาที่กำหนดแล้ว ควรประคบเย็นเพื่อปรับสภาพผิวให้เป็นกลางด้วยสำลีหรือผ้าชุบน้ำเย็นจัด 

ขั้นตอนที่ 4 ล้างบริเวณที่ทา mandelic 30% ออกด้วยน้ำเย็นแล้วซับให้แห้ง

ขั้นตอนที่ 5 ควรใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเช่นน้ำมันอีมูหรือครีมบำรุงอื่น โดยนวดเบาๆให้ซึมลงผิว หลังการใช้ Mandelic 30% ทั่วหน้าแล้ว ควรหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดเป็นเวลาอย่างน้อย 72 ชั่วโมง แต่สามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ตามปกติ

ระหว่างการใช้ อาจมีความรู้สึกอุ่นที่ผิวนิดหน่อย แต่อาการดังกล่าวจะเป็นเพียงชั่วเวลาไม่นาน นั่นเป็นคุณสมบัติอันโดดเด่นของ Marine complex formulation โดยจะทำให้ mandelic มีความเป็นกลางหลังทำทรีทเม้นต์เสร็จแล้ว ในบางคนอาจพบว่ามีอาการผิวแดงเล็กน้อยที่ผิวหน้า หลังจากนั้นก็จะหายไป และคุณจะรู้สึกได้ถึงผิวใหม่ที่ นุ่มและสดใสกว่าเดิม

คำแนะนำ

- ภายใน 72 ชั่วโมงหลังการใช้ Mandelic 30% ทั่วหน้า แนะนำให้ใช้แต่ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า น้ำมันอีมูหรือครีมบำรุงทั่วไปและครีมกันแดดเท่านั้น เพื่อป้องกันการรบกวนผิวและให้ผิวใหม่แข็งแรง หลังจาก 72 ชั่วโมงไปแล้วจึงกลับมาใช้ผลิตภัณฑ์ปกติที่เราใช้ 

- หลังการทำควรทิ้งระยะห่างอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนการใช้ผลิตภัณฑ์แต่งหน้า


วันอังคาร, 22 ตุลาคม 2556

เราซื้อตัวนี้เพราะปัญหาหลุมสิว และอยากกำจัดติ่งเนื้อ (เข้าไปอ่านเวปของ ดร.พิคอาร์ต นี่แหละค่ะ หามานานแล้วว่า กระเนื้อหรือติ่งเนื้อเล็กๆ รอบคอนี่จะกำจัดยังไง ค้นไปทั้งเน็ตก็มาจบตรงงานวิจัยและถามตอบปัญหาของ ดร.นี่แหละ เค้าบอกให้ใช้ CP คู่กับกรดซาลิไซลิค แลคติก ทำนองนี้ที่มีความเข้มข้น 30%) ดีใจมากที่เวปนี้ขาย เราใช้พู่กันขนสังเคราะห์หัวเล็กที่ใช้สำหรับอายไลเนอร์ แต้มmandalic30% ที่หลุมสิว และติ่งเนื่อ รอให้แห้งแล้วตามด้วย Super cop 2X เพิ่งใช้ได้ไม่นานค่ะ กระเนื้อเล็กๆ มากรอบๆ คอและไหปลาร้ารู้สึกแดงขึ้นเล็กน้อย เหมือนแบนลงแต่ยังไม่หลุด ติ่งใหญ่ยังไม่หลุดต้องรอดูผลอีกสักระยะเช่นเดียวกับหลุมสิว แต่พอใจมากกว่าไม่แสบอย่างที่กลัว แค่ร้อนๆ แป๊บเดียว สบายมาก ไว้สักพักจะกลับมารีวิวใหม่นะคะ รอดูผลระยะยาวอีกสักพั

มีนา
วันอังคาร, 04 มกราคม 2554

รู้สึกรอยดำจางเร็วมากครับ หน้าค่อยดูเป็นหน้าขึ้นมา รอยที่ชัดมาก ๆ ก็จางลงไป คงต้องรออีกสักพักเหมือนรีวิวอื่นบอก

Pongsagorn Numglin
วันจันทร์, 02 พฤศจิกายน 2552

รู้สึกร้อนบริเวณที่ทาแต่ไม่นาน กลิ่นไม่ค่อยดีนัก ทนได้เพราะอยากสวย555 ยังไม่เคยใช้แบบทั่วหน้ารอสิวหายก่อน แต่ใช้บริเวณที่สิวกำลังจะขึ้น วันต่อมาไม่ขึ้นเลยค่ะ หายปวดด้วย ส่วนรอยแดง-ดำ จางลงเมื่อใช้ไปซักระยะ ของอย่างนี้อย่าใจร้อนรอดูกันไป ดีกว่ารอยหายไวแต่หน้าเป็นรอยด่างนะจ้ะ

ลิปิกร ฉันทะวิริยะกิจ
Top